คู่มือการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด: ขั้นตอนประเมินราคา การแต่งตั้งคณะกรรมการ การประมูล และการนำส่งเงินแผ่นดิน ตามระเบียบพัสดุ 2560
ภายหลังจากที่หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการ การตรวจนับครุภัณฑ์ประจำปี และสรุปรายงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขออนุมัติ การจำหน่ายครุภัณฑ์ชำรุด หรือพัสดุที่หมดความจำเป็นในการใช้งานตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสำคัญถัดมาที่เจ้าหน้าที่พัสดุจะต้องดำเนินการคือ “การจำหน่ายพัสดุออกจากบัญชีหรือทะเบียน” เพื่อแปลงพัสดุเสื่อมสภาพเหล่านั้นให้กลับคืนมาเป็นรายได้แผ่นดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 215 ได้กำหนดให้ “การขายทอดตลาด (Public Auction)” เป็นวิธีหลักอันดับแรกในการจำหน่ายพัสดุที่ได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายแล้ว เว้นแต่จะมีเหตุผลความจำเป็นในการใช้วิธีอื่น เช่น การตกลงราคา การแลกเปลี่ยน การโอน หรือการทำลาย
บทความนี้จะเจาะลึกหลักเกณฑ์ วิธีการประเมินราคากลางพัสดุขายทอดตลาด การแต่งตั้งคณะกรรมการ ขั้นตอนการประมูล 6 สเต็ป ข้อควรระวังทางกฎหมาย ตลอดจนตารางเปรียบเทียบวิธีการจำหน่ายพัสดุทุกรูปแบบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัสดุปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแล
สารบัญ
- ความหมายและหลักเกณฑ์การจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด
- การแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางพัสดุที่จะจำหน่าย
- ขั้นตอนกระบวนการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด 6 สเต็ป
- ตารางเปรียบเทียบ: 4 วิธีการจำหน่ายพัสดุตามระเบียบพัสดุ 2560
- ข้อควรระวังทางกฎหมายและการนำส่งเงินรายได้แผ่นดิน
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด
ความหมายและหลักเกณฑ์การจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด
การจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด คือ การนำพัสดุ วัสดุ หรือครุภัณฑ์ที่หน่วยงานของรัฐได้รับอนุมัติให้จำหน่ายเนื่องจากชำรุด เสื่อมสภาพ เสื่อมคุณภาพ หรือหมดความจำเป็นในการใช้งาน มาเสนอขายแก่บุคคลทั่วไปโดยวิธีเปิดเผยให้ผู้สนใจเข้าเสนอราคาแข่งขันกัน (ประมูลราคา) โดยผู้ที่เสนอราคาสูงสุดและไม่ต่ำกว่าราคากลางที่หน่วยงานกำหนดจะเป็นผู้ชนะการประมูล
ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 215 ถึง ข้อ 219 กำหนดให้การขายทอดตลาดพัสดุต้องดำเนินการด้วยความเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการทั่วไปเข้าร่วมประมูลได้อย่างเสรี เพื่อให้รัฐได้รับประโยชน์สูงสุดจากซากพัสดุหรือครุภัณฑ์ดังกล่าว
┌─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ หลักการสำคัญของการจำหน่ายพัสดุวิธีขายทอดตลาด │
├─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ • เป็นวิธีหลักอันดับ 1 ที่ระเบียบพัสดุ 2560 กำหนดให้ต้องเลือกใช้ก่อน │
│ • ต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางพัสดุที่จะขายทอดตลาด │
│ • ต้องทำประกาศขายทอดตลาดและปิดประกาศ ณ ที่ทำการ/เปิดเผยบนเว็บไซต์ │
│ • ดำเนินการประมูลด้วยวิธีสู้ราคาเปิดเผย (ปากวาจา หรือการยกป้ายราคา) │
│ • เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดต้องนำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดินตามระเบียบ │
└─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
กรณีที่ยกเว้นไม่ต้องขายทอดตลาด:
แม้ว่าการขายทอดตลาดจะเป็นวิธีหลัก แต่ระเบียบพัสดุ 2560 ข้อ 215 วรรคสอง ได้กำหนดข้อยกเว้นให้สามารถใช้วิธีจำหน่ายอื่นได้ หากเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้:
- ขายโดยวิธีตกลงราคา: พัสดุที่จะขายมีราคาประเมินรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท หรือการขายทอดตลาดแล้วไม่มีผู้เสนอราคา
- การโอน: การโอนให้แก่หน่วยงานของรัฐ สถานศึกษา มูลนิธิ หรือองค์กรสาธารณกุศล ตามเงื่อนไขที่กฎหมายอนุญาต
- การแลกเปลี่ยน: นำพัสดุเก่าไปแลกเปลี่ยนพัสดุใหม่เพื่อประโยชน์ของหน่วยงาน
- การแปรสภาพหรือทำลาย: พัสดุที่ชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ หรือหากขายแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัย
การแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางพัสดุที่จะจำหน่าย
ก่อนจะเริ่มประกาศขายทอดตลาด ระเบียบพัสดุ 2560 กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้องแต่งตั้ง คณะกรรมการประเมินราคากลางพัสดุที่จะจำหน่าย ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน โดยมีหน้าที่สืบราคาและกำหนดราคากลางเริ่มต้นของการประมูล
┌───────────────────────────────────┐
│ คณะกรรมการประเมินราคากลางพัสดุ │
└─────────────────┬─────────────────┘
│
┌──────────────────────────┴──────────────────────────┐
▼ ▼
┌──────────────────────┐ ┌──────────────────────┐
│ ปัจจัยในการประเมิน │ │ แหล่งข้อมูลราคากลาง│
├──────────────────────┤ ├──────────────────────┤
│ • สภาพจริงของพัสดุ │ │ • ราคาท้องตลาดซากวัสดุ│
│ • [ค่าเสื่อมราคาครุภัณฑ์]│ │ • ราคาประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ│
│ • มูลค่าซาก (Scrap Value)│ │ • สถิติการขายทอดตลาดเดิม│
└──────────────────────┘ └──────────────────────┘
หลักเกณฑ์ในการประเมินราคากลางขายทอดตลาด:
- การตรวจสอบสภาพพัสดุจริง: คณะกรรมการต้องลงพื้นที่ตรวจสภาพครุภัณฑ์และวัสดุชำรุดแต่ละรายการ เพื่อประเมินเปอร์เซ็นต์ความสมบูรณ์และซากที่เหลืออยู่
- การพิจารณา ค่าเสื่อมราคาครุภัณฑ์: ตรวจสอบมูลค่าทางบัญชีสะสม และมูลค่าซากคงเหลือ (Residual Value) จาก ทะเบียนคุมครุภัณฑ์
- การสืบราคาท้องตลาด: สืบราคาซากโลหะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือราคารับซื้อของเก่าในท้องตลาด ณ ปัจจุบัน
- การจัดทำพัสดุเป็นกลุ่ม/เหมาจ่าย: ในกรณีที่มีวัสดุชำรุดจำนวนมาก เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ชำรุดหลายสิบตัว สามารถประเมินราคากลางเป็นกลุ่มรวม (เหมาเข่ง) ได้ เพื่อความสะดวกในการประมูลขาย
ขั้นตอนกระบวนการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด 6 สเต็ป
กระบวนการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาดมีขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมายที่ชัดเจน 6 สเต็ป ดังนี้:
[1. รวบรวมรายการอนุมัติจำหน่าย] ──> [2. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลาง] ──> [3. จัดทำ & เผยแพร่ประกาศขาย]
│
[6. นำส่งเงินแผ่นดิน & ตัดทะเบียน] <── [5. รับชำระเงิน & ส่งมอบพัสดุ] <─── [4. ดำเนินการประมูลสู้ราคา]
สเต็ปที่ 1: รวบรวมรายการอนุมัติจำหน่ายพัสดุ
เจ้าหน้าที่พัสดุดึงข้อมูลจากรายงานการตรวจสอบพัสดุประจำปีที่ได้รับอนุมัติให้จำหน่ายจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ตรวจสอบความถูกต้องของเลขครุภัณฑ์ และรวบรวมตัวพัสดุจริงไว้ ณ สถานที่จัดเก็บที่ปลอดภัย
สเต็ปที่ 2: แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางและคณะกรรมการขายทอดตลาด
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐออกคำสั่งแต่งตั้ง:
- คณะกรรมการประเมินราคากลาง: ประเมินและจัดทำรายงานราคากลางเสนออนุมัติ
- คณะกรรมการขายทอดตลาด (หรือโฆษกดำเนินการประมูล): ทำหน้าที่ดำเนินรายการประมูล ควบคุมการเสนอราคา และบันทึกผลการสู้ราคา
สเต็ปที่ 3: จัดทำและเผยแพร่ประกาศขายทอดตลาด
เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำร่างประกาศขายทอดตลาด โดยระบุรายละเอียด:
- รายการพัสดุที่จะขาย (แยกรายการ หรือเหมากลุ่ม)
- ราคากลางเริ่มต้นการประมูล
- วัน เวลา และสถานที่ดูสภาพพัสดุจริง
- กำหนดวัน เวลา และเงื่อนไขการลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล
- เงื่อนไขการวางเงินประกันการประมูล (ถ้ามี) และการชำระเงิน
- เผยแพร่ประกาศล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ โดยปิดประกาศ ณ ที่ทำการ และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของหน่วยงาน
สเต็ปที่ 4: ดำเนินการประมูลขายทอดตลาด (สู้ราคาเปิดเผย)
ในวันประมูล คณะกรรมการดำเนินการตามขั้นตอน:
- ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมประมูลและตรวจสอบเอกสารหลักฐาน (บัตรประชาชน/หนังสือมอบอำนาจ)
- นำผู้ประมูลเข้าดูสภาพพัสดุจริงก่อนเริ่มการเคาะราคา
- ชี้แจง กติกา ราคากลางเริ่มต้น และระยะเพิ่มราคาในแต่ละครั้ง
- ดำเนินการประมูลโดยการเสนอราคาแบบเปิดเผย (ขานราคา หรือยกป้าย) จนกว่าจะไม่มีผู้เสนอราคาสูงกว่า
- ประกาศผู้ชนะการประมูลซึ่งเสนอราคาสูงสุดและไม่ต่ำกว่าราคากลาง
สเต็ปที่ 5: ชำระเงิน ลงนามในสัญญา และส่งมอบพัสดุ
- การชำระเงิน: ผู้ชนะการประมูลต้องชำระเงินสด หรือโอนเงินเข้าบัญชีหน่วยงานทันทีเต็มจำนวน (หรือวางเงินมัดจำตามที่ประกาศกำหนด เช่น ไม่น้อยกว่า 25% และชำระส่วนที่เหลือภายใน 3-5 วันทำการ)
- การจัดทำสัญญา/ใบเสร็จ: ออกใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน
- การขนย้าย: ผู้ชนะประมูลต้องดำเนินการขนย้ายพัสดุออกจากพื้นที่ของหน่วยงานภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนย้ายเองทั้งหมด
สเต็ปที่ 6: นำส่งเงินรายได้แผ่นดินและตัดจำหน่ายออกจากทะเบียนคุม
- เจ้าหน้าที่การเงินนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดนำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน (หรือเงินรายได้ของหน่วยงานตามประเภทของหน่วยงานรัฐ)
- เจ้าหน้าที่พัสดุบันทึกการตัดจำหน่ายพัสดุออกจาก ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ หรือ ระบบบริหารพัสดุดิจิทัล พร้อมลงวันที่และระบุเลขที่ใบเสร็จรับเงินเพื่อการตรวจสอบ
ตารางเปรียบเทียบ: 4 วิธีการจำหน่ายพัสดุตามระเบียบพัสดุ 2560
เพื่อให้เข้าใจข้อแตกต่างและเงื่อนไขการเลือกใช้วิธีจำหน่ายพัสดุตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 215 ตารางด้านล่างเปรียบเทียบคุณลักษณะสำคัญทั้ง 4 วิธี:
| ประเด็นเปรียบเทียบ | การขายทอดตลาด (Public Auction) | การโอน (Transfer) | การแลกเปลี่ยน (Exchange) | การทำลาย / แปรสภาพ (Destruction) |
|---|---|---|---|---|
| ลำดับความสำคัญ | วิธีหลักอันดับ 1 (ต้องทำก่อนวิธีอื่น) | วิธีข้อยกเว้น (เพื่อประโยชน์สาธารณะ) | วิธีข้อยกเว้น (เพื่อได้พัสดุใหม่) | วิธีข้อยกเว้นสุดท้าย (ขายไม่ได้/เสื่อมสภาพหนัก) |
| ผู้รับ/ผู้ซื้อ | ประชาชน บุคคลทั่วไป ผู้ประกอบการ | หน่วยงานรัฐ สถานศึกษา มูลนิธิ | ร้านค้า/บริษัทผู้ขายพัสดุใหม่ | หน่วยงานดำเนินการเอง หรือจ้างทำลาย |
| การประเมินราคา | ต้องมีราคากลางประเมินล่วงหน้า | ประเมินมูลค่าตามบัญชี/สภาพจริง | ประเมินมูลค่าพัสดุเก่าเพื่อหักลบพัสดุใหม่ | ไม่ต้องกำหนดราคากลางขาย |
| ผลตอบแทน | ได้รับเงินสดนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน | ไม่ได้รับเงิน (เป็นการโอนเพื่อประโยชน์) | ได้รับส่วนลด/พัสดุใหม่ทดแทน | ไม่มีเงินรายได้ (อาจมีค่าใช้จ่ายกำจัด) |
| เอกสารสำคัญ | ประกาศขายทอดตลาด + ใบเสร็จรับเงิน | หนังสือขอโอน + ใบส่งมอบ-รับมอบ | สัญญาแลกเปลี่ยนพัสดุ | รายงานและบันทึกการทำลายพัสดุ |
ข้อควรระวังทางกฎหมายและการนำส่งเงินรายได้แผ่นดิน
การขายทอดตลาดพัสดุหลวงเป็นกระบวนการที่มีความเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบจาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ป.ป.ช. หากปฏิบัติไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่พัสดุและคณะกรรมการจึงต้องระมัดระวังประเด็นสำคัญต่อไปนี้:
1. ป้องกันการสู้ราคาเงียบและการฮั้วประมูล
คณะกรรมการขายทอดตลาดต้องสอดส่องและป้องกันไม่ให้เกิดการสมยอมราคา (ฮั้วประมูล) หากพบพฤติการณ์สงสัย คณะกรรมการมีอำนาจยกเลิกการขายทอดตลาดครั้งนั้นและรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อจัดประมูลใหม่
2. ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐเข้าร่วมประมูลพัสดุของหน่วยงานตนเอง
ตามหลักคุณธรรมและความขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest) เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินราคา คณะกรรมการขายทอดตลาด และเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงาน ห้ามเข้าประมูลซื้อพัสดุของหน่วยงานตนเองโดยเด็ดขาด
3. การปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste)
หากพัสดุที่จะขายทอดตลาดเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สารเคมี หรือเครื่องมือแพทย์ ชำรุด ต้องระบุเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาดให้ผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือการจัดการขยะอุตสาหกรรมตามที่กฎหมายกำหนด
4. กำหนดเวลานำส่งเงินรายได้แผ่นดิน
เงินที่ได้รับจากการขายทอดตลาดทั้งหมด ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการนำส่งเงินคลัง ภายในกำหนดเวลา (โดยทั่วไปภายใน 3 วันทำการ) ห้ามนำเงินสดไปถือไว้หรือนำไปใช้จ่ายในกิจการอื่นโดยไม่มีกฎหมายรองรับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด
1. หากประกาศขายทอดตลาดแล้ว ไม่มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูล หรือไม่มีผู้เสนอราคาถึงราคากลาง ต้องทำอย่างไร?
ตามระเบียบพัสดุ 2560 ข้อ 215 วรรคสอง คณะกรรมการสามารถเสนอหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐเพื่อพิจารณาปรับลดราคากลางลงตามความเหมาะสมแล้วจัดขายทอดตลาดใหม่ หรือหากเห็นว่าการขายทอดตลาดต่อไปจะเสียเวลาและค่าใช้จ่าย สามารถขออนุมัติเปลี่ยนไปใช้วิธีตกลงราคาขายให้แก่ผู้ที่สนใจรายใดรายหนึ่งได้ทันที
2. พัสดุประเภทวัสดุสิ้นเปลืองชำรุด หรือซากกระดาษในคลัง ต้องนำมาขายทอดตลาดด้วยหรือไม่?
หากเป็น สต็อกวัสดุคงคลัง หรือเศษวัสดุชำรุดที่มีมูลค่ารวมกันเล็กน้อย สามารถจัดรวมรวมเป็นงวดประจำปี แล้วเสนอขออนุมัติขายทอดตลาดเหมาเข่ง หรือขายโดยวิธีตกลงราคาตามข้อยกเว้นวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทได้
3. ผู้ชนะการประมูลไม่ยอมชำระเงินส่วนที่เหลือและไม่ยอมขนย้ายพัสดุตามกำหนดเวลา หน่วยงานมีมาตรการอย่างไร?
หน่วยงานสามารถ ริบเงินมัดจำประกันการประมูลที่วางไว้ล่วงหน้า และนำพัสดุรายการนั้นออกประกาศขายทอดตลาดใหม่ พร้อมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายหรือส่วนต่างราคาหากการขายครั้งใหม่ได้ราคาน้อยกว่าเดิม
4. เมื่อขายทอดตลาดเสร็จสิ้นแล้ว ต้องติด QR Code ครุภัณฑ์ หรือไม่?
ไม่ต้องติดป้ายใหม่ แต่เจ้าหน้าที่ต้องทำการสแกน QR Code เพื่ออัปเดตสถานะในระบบว่า “จำหน่ายแล้ว (Sold via Auction)” และลอกหรือทำลายป้าย QR Code บนตัวครุภัณฑ์เดิมเพื่อป้องกันการนำกลับมาแอบอ้างใช้งานในหน่วยงาน
บริหารจัดการทะเบียนครุภัณฑ์และการจำหน่ายพัสดุอย่างไร้รอยต่อด้วย Flowrix
ตัดปัญหาความยุ่งยากในการติดตามพัสดุชำรุดและการจัดทำรายงานจำหน่ายพัสดุประจำปีด้วย Flowrix ระบบบริหารงานพัสดุและครุภัณฑ์ดิจิทัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ การประเมิน ค่าเสื่อมราคาครุภัณฑ์ การพิมพ์และสแกน QR Code ครุภัณฑ์ การออก ใบเบิกพัสดุ ตลอดจนระบบสรุปรายงานพัสดุเสื่อมสภาพเพื่อขออนุมัติ จำหน่ายครุภัณฑ์ชำรุด และการขายทอดตลาด ช่วยให้เจ้าหน้าที่พัสดุปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และรองรับการตรวจสอบจาก สตง. 100%
ทดลองใช้งานระบบบริหารพัสดุ Flowrix เพื่อยกระดับหน่วยงานของคุณวันนี้ →
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กรมบัญชีกลาง
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (ข้อ 215 - 219 การจำหน่ายพัสดุ) — กรมบัญชีกลาง
- คู่มือแนวทางการจำหน่ายพัสดุและการนำส่งเงินรายได้แผ่นดิน — กรมบัญชีกลาง
- หนังสือเวียนกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0405.2/ว 117 เรื่อง แนวทางการประเมินราคากลางพัสดุขายทอดตลาด
