คู่มือการจัดทำราคากลางพัสดุภาครัฐ: หลักเกณฑ์ วิธีคำนวณ และข้อควรระวังตาม พ.ร.บ. พัสดุ 2560
ในการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ หนึ่งในขั้นตอนที่มีความสำคัญและถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดที่สุดจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือสำนักงาน ป.ป.ช. คือ “การจัดทำราคากลางพัสดุ”
ราคากลางเปรียบเสมือนด่านแรกในการปกป้องงบประมาณแผ่นดิน หากหน่วยงานกำหนดราคากลางสูงเกินจริง อาจนำไปสู่การทุจริตหรือทำให้รัฐสูญเสียประโยชน์ แต่หากกำหนดราคากลางต่ำเกินไป ก็อาจไม่มีผู้ยื่นเสนอราคา หรือได้พัสดุที่ไม่มีคุณภาพตามมาตรฐาน
ดังนั้น เจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้บริหาร และคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ แหล่งที่มาของราคา และกระบวนการจัดทำราคากลางให้ถูกต้องตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 บทความนี้จะสรุปทุกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับราคากลางพัสดุภาครัฐอย่างครบถ้วน
สารบัญ
- ราคากลางพัสดุภาครัฐ คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร
- หลักเกณฑ์และแหล่งที่มาของการกำหนดราคากลาง 6 ประเภท
- คณะกรรมการกำหนดราคากลาง: แต่งตั้งใครและมีหน้าที่อย่างไร
- ตารางเปรียบเทียบ: ลำดับความสำคัญและแหล่งสืบราคากลางพัสดุแต่ละประเภท
- ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติในการจัดทำราคากลางพัสดุ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดทำราคากลางพัสดุ
ราคากลางพัสดุภาครัฐ คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ได้นิยามคำว่า “ราคากลาง” หมายถึง ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้เสนอราคาได้ยื่นเสนอ ซึ่งได้มาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการวินิจฉัยหรือกฎหมายกำหนด
การจัดทำราคากลางมีความสำคัญต่อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐหลายประการ:
- เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการพิจารณาผล: ใช้เปรียบเทียบว่าราคาที่ผู้ประกอบการเสนอมานั้น เหมาะสม สมเหตุสมผล และอยู่ในวงเงินงบประมาณหรือไม่
- ป้องกันการสุมหัวฮั้วราคา: ช่วยลดโอกาสในการเสนอราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงในตลาด
- เปิดเผยความโปร่งใส: กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยรายละเอียดคำนวณราคากลางลงในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (e-GP) และเว็บไซต์ของหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้
หลักเกณฑ์และแหล่งที่มาของการกำหนดราคากลาง 6 ประเภท
ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 มาตรา 61 ได้กำหนดแหล่งที่มาของราคากลางไว้ 6 ประเภท โดยให้พิจารณาใช้ตามลำดับความเหมาะสมและประเภทของพัสดุ ดังต่อไปนี้:
- ราคาที่ได้จากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด: มักใช้กับงานก่อสร้าง ซึ่งมีหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร ทาง ชลประทาน และงานสะพานอย่างเป็นระบบ
- ราคาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของกรมบัญชีกลาง: ราคาพัสดุมาตรฐานที่กรมบัญชีกลางจัดทำและประกาศไว้ เช่น ราคามาตรฐานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และยานพาหนะ
- ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด: เช่น บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ
- ราคาที่ได้จากการสืบราคาจากท้องตลาด: การสืบราคาจากผู้ประกอบการหรือผู้มีอาชีพขาย/รับจ้างโดยตรง อย่างน้อย 3 ราย (หรือตามความเหมาะสม) ในกรณีที่ไม่มีราคาตามข้อ 1–3
- ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ: ราคาจากสัญญาซื้อขายหรือจ้างเดิมของหน่วยงานที่เคยจัดซื้อจัดจ้างมาแล้วไม่เกิน 2 ปี
- ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐนั้นๆ: มักใช้กับกรณีพัสดุเฉพาะทาง บริการวิชาการ หรือกรณีที่ไม่สามารถหาตามข้อ 1–5 ได้
คณะกรรมการกำหนดราคากลาง: แต่งตั้งใครและมีหน้าที่อย่างไร
ในการจัดทำราคากลางสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง (โดยเฉพาะงานจ้างก่อสร้าง หรืองานที่มีความซับซ้อน) หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะต้องออกคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการกำหนดราคากลาง” เพื่อทำหน้าที่คำนวณและสืบหาข้อมูลราคา
องค์ประกอบของคณะกรรมการกำหนดราคากลาง
- ประธานกรรมการ: 1 คน (แต่งตั้งจากข้าราชการหรือพนักงานราชการในหน่วยงาน)
- กรรมการ: อย่างน้อย 2 คน (รวมประธานแล้วไม่น้อยกว่า 3 คน)
- ในกรณีงานก่อสร้าง ควรแต่งตั้งนายช่าง วิศวกร หรือผู้มีความรู้ด้านงานช่างร่วมเป็นกรรมการด้วย
หน้าที่และความรับผิดชอบ
- คำนวณและรวบรวมข้อมูลราคา: รวบรวมเอกสารสืบราคา ตารางคำนวณ (BOQ) หรือใบเสนอราคาจากท้องตลาด
- จัดทำรายงานราคากลาง: จัดทำบันทึกสรุปราคากลางและตารางแสดงรายละเอียดคำนวณราคากลางเสนอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่ออนุมัติ
- รับผิดชอบต่อความถูกต้อง: คณะกรรมการต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลและวิธีการคำนวณ หากมีการกำหนดราคากลางที่ผิดพลาดรุนแรงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจต้องรับผิดทางแพ่งหรือวินัย
ตารางเปรียบเทียบ: ลำดับความสำคัญและแหล่งสืบราคากลางพัสดุแต่ละประเภท
เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัสดุเข้าใจถึงลำดับการเลือกใช้แหล่งราคากลางได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ ตารางด้านล่างแสดงสรุปเปรียบเทียบแหล่งราคากลางหลัก:
| ประเภทพัสดุ / งานจ้าง | แหล่งราคากลางลำดับแรกที่ต้องใช้ | แหล่งราคากลางสำรอง (หากไม่มีลำดับแรก) | เอกสารหลักฐานที่ต้องแนบประกอบ |
|---|---|---|---|
| งานจ้างก่อสร้าง | หลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้าง (กรมบัญชีกลาง) | สืบราคาจากท้องตลาด / บัญชีราคาวัสดุกรมการค้าภายใน | แบบ BOQ, ตาราง Factor F, ใบสืบราคา |
| ครุภัณฑ์ทั่วไป (คอมพิวเตอร์/รถยนต์) | บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ (สำนักงบประมาณ/ดีป้า) | สืบราคาจากท้องตลาดอย่างน้อย 3 ราย | เกณฑ์ราคากลางกระทรวงดิจิทัลฯ / ใบเสนอราคา 3 ราย |
| วัสดุสำนักงาน / วัสดุบริโภค | สืบราคาจากท้องตลาดอย่างน้อย 3 ราย | ราคาที่เคยซื้อครั้งหลังสุดไม่เกิน 2 ปี | ใบเสนอราคาจากร้านค้า / สำเนาใบสั่งซื้อเดิม |
| งานจ้างเหมาบริการ / จ้างทำของ | สืบราคาจากท้องตลาดอย่างน้อย 3 ราย | ราคาเกณฑ์มาตรฐานของหน่วยงาน | เอกสาร TOR, ใบเสนอราคา, ตารางเปรียบเทียบราคา |
ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติในการจัดทำราคากลางพัสดุ
กระบวนการจัดทำราคากลางพัสดุอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนการปฏิบัติงานดังต่อไปนี้:
1. การจัดทำข้อกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (TOR)
ก่อนจะคำนวณราคากลางได้ ต้องมีขอบเขตงาน (TOR) หรือคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ชัดเจน เพื่อให้การสืบราคาเป็นไปตามสเปกเดียวกัน
2. การสืบราคาและรวบรวมหลักฐาน
- กรณีสืบราคาจากท้องตลาด ให้ส่งหนังสือสืบราคาหรือติดต่อร้านค้า/บริษัทอย่างน้อย 3 ราย
- จัดเก็บใบเสนอราคา ใบเสร็จรับเงิน หรือแคตตาล็อกสินค้าไว้เป็นหลักฐานประกอบรายงาน
- เชื่อมโยงข้อมูลกับแผนการใช้งาน เช่น แผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี เพื่อความสอดคล้องของงบประมาณ
3. การคำนวณราคากลางและเสนออนุมัติ
คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำบันทึกคำนวณราคากลาง เสนอผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ เพื่อให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามอนุมัติราคากลางก่อนดำเนินขั้นตอน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ต่อไป
4. การเปิดเผยราคากลางและการนำไปใช้
เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ต้องนำรายละเอียดราคากลางไปประกาศเปิดเผยในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง และนำไปใช้เป็นราคากลางในการพิจารณาเสนอราคา เมื่อตรวจรับเสร็จสิ้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ต่อไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดทำราคากลางพัสดุ
1. หากสืบราคาจากท้องตลาดได้ไม่ครบ 3 ราย จะสามารถจัดทำราคากลางได้หรือไม่? สามารถทำได้ หากพัสดุนั้นมีผู้ประกอบการหรือผู้แทนจำหน่ายในท้องตลาดน้อยกว่า 3 ราย หรือเป็นพัสดุเฉพาะทางจริง ๆ แต่เจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการต้องทำบันทึกชี้แจงเหตุผลความจำเป็นประกอบไว้ในรายงานขออนุมัติราคากลางเสมอ
2. ราคากลางมีอายุการใช้งานกี่วันนับจากวันที่อนุมัติ? โดยทั่วไป ราคากลางไม่มีอายุตามกฎหมายที่ระบุไว้แน่ชัดเป็นจำนวนวัน แต่ควรใช้ราคาที่อัปเดตเป็นปัจจุบันที่สุด หากระยะเวลาอนุมัติราคากลางเนิ่นนานเกินกว่า 30-60 วัน หรือภาวะตลาดเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ (เช่น ราคาน้ำมันหรือราคาเหล็กเปลี่ยนแปลง) ควรทำการสืบราคาและปรับปรุงราคากลางใหม่ก่อนประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
3. การซื้อพัสดุในวงเงินเล็กน้อย (ไม่เกิน 500,000 บาท) ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางหรือไม่? สำหรับการซื้อหรือจ้างทั่วไปที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง และมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสามารถมอบหมายให้เจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้สืบราคาและจัดทำราคากลางโดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางได้
เพิ่มความแม่นยำและโปร่งใสในการจัดทำราคากลางพัสดุราชการด้วย Flowrix ลดความยุ่งยากและป้องกันความผิดพลาดในการคำนวณราคากลางและการจัดซื้อจัดจ้างด้วย Flowrix แพลตฟอร์มบริหารงานพัสดุและครุภัณฑ์อัจฉริยะสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ที่ช่วยจัดเก็บฐานข้อมูลการสืบราคา เปรียบเทียบราคาย้อนหลัง รวบรวมเอกสารคำนวณราคากลางอย่างเป็นระบบ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสู่ระบบ ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ และ สต็อกวัสดุคงคลัง ได้ครบจบในที่เดียว ช่วยให้การตรวจสอบของ สตง. เป็นเรื่องง่าย และยกระดับการทำงานสู่ยุค Paperless ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทดลองใช้งานระบบบริหารพัสดุ Flowrix เพื่อประสิทธิภาพการทำงานวันนี้ →
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กรมบัญชีกลาง
- แนวทางการจัดทำราคากลางการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ — กองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
- คู่มือการกำหนดราคากลางงานก่อสร้างและงานจัดซื้อจัดจ้าง — กระทรวงการคลัง
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กรมบัญชีกลาง
