Flowrix

Asset operations, in one place

เริ่มใช้ฟรี
ภาพคู่มือขั้นตอนการจำหน่ายพัสดุและครุภัณฑ์ภาครัฐด้วยวิธีแปรสภาพและทำลายตามระเบียบพัสดุ 2560

คู่มือการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีแปรสภาพและทำลาย: ขั้นตอน หลักเกณฑ์ เอกสาร และแนวปฏิบัติ ตามระเบียบพัสดุ 2560

ภายหลังจากที่หน่วยงานภาครัฐได้ดำเนินการ การตรวจนับครุภัณฑ์ประจำปี และจัดทำรายงานเสนอขออนุมัติ การจำหน่ายครุภัณฑ์ชำรุด หรือพัสดุที่หมดความจำเป็นในการใช้งานตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เรียบร้อยแล้ว หากพบว่าพัสดุหรือครุภัณฑ์ดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการ การจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีขายทอดตลาด ได้ หรือไม่มีหน่วยงานใดขอรับ การจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีโอนและการแลกเปลี่ยน รวมถึงเป็นพัสดุที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น เอกสารลับทางราชการ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) สารเคมี หรือพัสดุที่หากนำไปใช้อาจเกิดอันตรายแก่สาธารณชน

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 215 (4) จึงได้กำหนดวิธีจำหน่ายลำดับสุดท้าย ได้แก่ “การแปรสภาพ (Transformation)” และ “การทำลาย (Destruction)” เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีแนวทางกำจัดพัสดุที่ไม่ต้องการได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย ไม่ขัดต่อกฎหมายสิ่งแวดล้อม และสามารถตัดจำหน่ายออกจากบัญชีได้อย่างสมบูรณ์

บทความนี้จะสรุปหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอนการดำเนินการ เอกสารที่ต้องจัดทำ ข้อแตกต่างระหว่างการแปรสภาพและการทำลาย ตลอดจนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) และการตัดจำหน่ายออกจากทะเบียนคุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัสดุปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และพร้อมรับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล


สารบัญ


ความหมายและหลักเกณฑ์การจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีแปรสภาพและทำลาย

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 215 (4) กำหนดว่า กรณีการจำหน่ายพัสดุที่ไม่สามารถใช้วิธีขายทอดตลาด โอน หรือแลกเปลี่ยนได้ หรือหากจำหน่ายด้วยวิธีดังกล่าวแล้วจะไม่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ หรืออาจเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจอนุมัติให้จำหน่ายด้วย “วิธีแปรสภาพ” หรือ “วิธีทำลาย” ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

┌─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│           เปรียบเทียบหลักการสำคัญ: วิธีแปรสภาพ vs วิธีทำลาย             │
├─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ • การแปรสภาพ (Transformation):                                          │
│   - นำพัสดุชำรุดไปย่อย ดัดแปลง หรือหลอม เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นวัสดุอื่น       │
│   - วัสดุที่ได้จากการแปรสภาพสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์หรือนำไปขายต่อได้ │
│                                                                         │
│ • การทำลาย (Destruction):                                               │
│   - ทำให้พัสดุสิ้นสภาพโดยสิ้นเชิงจนไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก        │
│   - ใช้กับพัสดุอันตราย สารเคมี ขยะ E-Waste หรือเอกสารความลับของรัฐ       │
└─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘

1. การจำหน่ายด้วยวิธีแปรสภาพ (Transformation)

คือ การนำพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ชำรุดเสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้งานตามวัตถุประสงค์เดิมได้ มาดำเนินการเปลี่ยนรูปร่าง ดัดแปลง ย่อย สับ หรือหลอม ให้กลายเป็นเศษวัสดุหรือชิ้นส่วนใหม่ เพื่อไม่ให้คงสภาพเป็นครุภัณฑ์เดิม โดยเศษวัสดุที่ได้จากการแปรสภาพนั้น หน่วยงานสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในหน่วยงาน หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยวิธีขายทอดตลาดเศษพัสดุต่อไปได้

2. การจำหน่ายด้วยวิธีทำลาย (Destruction)

คือ การทำให้พัสดุสูญสลายหรือหมดสภาพไปโดยสิ้นเชิง โดยไม่สามารถนำส่วนใดส่วนหนึ่งกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก เช่น การเผาทำลาย การฝังกลบ การบดสับ (Shredding) หรือการส่งให้ผู้ประกอบการรับกำจัดกากอุตสาหกรรม/ขยะอันตรายที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งวิธีนี้จะใช้เมื่อพัสดุนั้นไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือหากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย หรือความมั่นคงของชาติ


เงื่อนไขและขั้นตอนการจำหน่ายพัสดุด้วย "วิธีแปรสภาพ" (Transformation)

การแปรสภาพพัสดุหลวงต้องดำเนินการอย่างมีระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำชิ้นส่วนสำคัญไปเอื้อประโยชน์ส่วนตน โดยมีเงื่อนไขและขั้นตอนปฏิบัติ 4 ขั้นตอนหลักดังนี้:

[1. สรุปเหตุผลความคุ้มค่า] ──> [2. ขออนุมัติหัวหน้าหน่วยงาน] ──> [3. ดำเนินการแปรสภาพ] ──> [4. นำเศษวัสดุไปขาย/ใช้ประโยชน์]

เงื่อนไขการอนุมัติแปรสภาพพัสดุ

  1. พัสดุผ่านการประกวดราคาขายทอดตลาดแล้วแต่ไม่มีผู้เสนอราคา หรือราคาสูงสุดที่เสนอต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในการจัดประมูล
  2. ชิ้นส่วนพัสดุยังมีมูลค่าในรูปแบบของเศษโลหะ (Scrap Metal) ไม้ หรือพลาสติก ที่สามารถนำกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ได้
  3. การแปรสภาพช่วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บพัสดุชำรุดในคลังพัสดุของหน่วยงาน

ขั้นตอนการดำเนินการแปรสภาพพัสดุ 4 สเต็ป:

  1. จัดทำรายงานขออนุมัติแปรสภาพ: เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำบันทึกข้อความระบุรายการพัสดุ สภาพความชำรุด เหตุผลที่ไม่สามารถขายทอดตลาดหรือโอนได้ และรูปแบบการแปรสภาพที่เหมาะสม
  2. แต่งตั้งคณะกรรมการแปรสภาพพัสดุ: หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน เพื่อควบคุมดูแลการแปรสภาพให้เป็นไปตามแผน
  3. ควบคุมการแปรสภาพ: คณะกรรมการกำกับดูแลกระบวนการย่อย ถอดแยก ชำแหละ หรือหลอมพัสดุ ณ สถานที่ที่กำหนด พร้อมถ่ายภาพและจัดทำ “ใบสำคัญการแปรสภาพพัสดุ” ไว้เป็นหลักฐาน
  4. จัดการเศษวัสดุหลังแปรสภาพ: หากเศษวัสดุมีมูลค่า (เช่น เศษเหล็ก ขยะรีไซเคิล) ให้นำไปจัดจำหน่ายตามวิธีขายทอดตลาดเศษพัสดุ และนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป

เงื่อนไขและขั้นตอนการจำหน่ายพัสดุด้วย "วิธีทำลาย" (Destruction)

วิธีทำลายถือเป็นวิธีเด็ดขาดในการตัดพัสดุออกจากระบบ จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงข้อกฎหมายสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ:

┌─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│                  กระบวนการจำหน่ายพัสดุด้วยวิธีทำลาย                     │
├─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ [สำรวจพัสดุชำรุด/อันตราย] ──> คณะกรรมการทำลายพัสดุ ──> [เลือกวิธีทำลาย] │
│                                                                 │       │
│ [ตัดจำหน่ายจากทะเบียนคุม] <── ใบสำคัญการทำลายพัสดุ <── ดำเนินการทำลาย ──┘       │
└─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘

กรณีที่ต้องใช้วิธีทำลายพัสดุ

  1. พัสดุเสื่อมสภาพสิ้นเชิง: ไม่เหลือมูลค่าใดๆ และไม่สามารถแปรสภาพเป็นเศษวัสดุได้
  2. พัสดุอันตราย/เคมีภัณฑ์: สารเคมีหมดอายุ ยาเสื่อมสภาพ วัตถุอันตราย หรือขยะติดเชื้อของโรงพยาบาล
  3. เอกสารความลับ/สื่อบันทึกข้อมูล: เอกสารทางราชการลับ ฮาร์ดดิสก์ เมมโมรี่การ์ด หรือแผ่นซีดีข้อมูลสำคัญ
  4. พัสดุผิดกฎหมาย/ของละเมิดลิขสิทธิ์: พัสดุที่ได้รับมอบมาแต่ไม่อาจนำออกขายได้ตามกฎหมาย

ขั้นตอนการดำเนินการทำลายพัสดุ 4 สเต็ป:

  1. เสนอขออนุมัติวิธีทำลาย: เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ โดยระบุสถานที่ วิธีทำลาย (เผา ฝังกลบ บด ทำลายข้อมูลดิจิทัล) และมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม
  2. แต่งตั้งคณะกรรมการทำลายพัสดุ: ประกอบด้วยประธานและกรรมการอย่างน้อย 2 คน เพื่อร่วมเป็น witness ในการทำลาย
  3. ดำเนินการทำลายต่อหน้าคณะกรรมการ: คณะกรรมการร่วมตรวจสอบการทำลายพัสดุจริง ณ สถานที่ทำลาย (หรือสถานที่ของผู้ให้บริการรับกำจัดขยะอันตราย) พร้อมบันทึกภาพถ่าย/วิดีโอไว้เป็นหลักฐาน
  4. จัดทำใบสำคัญการทำลายพัสดุ: คณะกรรมการลงนามในใบสำคัญการทำลายพัสดุเพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่พัสดุใช้เป็นหลักฐานประกอบการตัดจำหน่ายออกจากบัญชี

ตารางเปรียบเทียบ: ขายทอดตลาด vs โอน/แลกเปลี่ยน vs แปรสภาพ vs ทำลาย

การเลือกวิธีจำหน่ายพัสดุตามระเบียบพัสดุ 2560 ข้อ 215 ต้องเป็นไปตามลำดับและเงื่อนไข ตารางด้านล่างแสดงการเปรียบเทียบทั้ง 4 วิธีจำหน่ายหลัก:

ประเด็นเปรียบเทียบ1. ขายทอดตลาด (Auction)2. โอน / แลกเปลี่ยน (Transfer/Trade-in)3. แปรสภาพ (Transformation)4. ทำลาย (Destruction)
ลำดับความสำคัญวิธีหลักอันดับแรกวิธีข้อยกเว้นกรณีเกิดประโยชน์เมื่อขาย/โอนไม่ได้ หรือคุ้มค่าแปรรูปวิธีสุดท้าย หรือใช้กับพัสดุอันตราย
สภาพพัสดุชำรุด/เกินความจำเป็น แต่พอขายได้สภาพดี หรือเสื่อมสภาพแต่โอนให้รัฐ/แลกของใหม่ชำรุดหนัก ไม่คงสภาพ แต่เศษวัสดุมีมูลค่าชำรุดสิ้นเชิง อันตราย ขยะ E-Waste เอกสารลับ
ผลลัพธ์ที่ได้รับได้รับเงินสด นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินได้กุศล/ประโยชน์สาธารณะ หรือได้ของใหม่ได้เศษวัสดุไปขายทอดตลาดต่อ หรือใช้นำกลับมาใช้พัสดุสูญสลาย ไม่มีรายได้ (อาจมีค่ากำจัด)
ผู้รับอนุมัติหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหัวหน้าหน่วยงานของรัฐหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
เอกสารหลักฐานประกาศประมูล + สัญญาขาย + ใบเสร็จหนังสือขอรับโอน + ใบส่งมอบ-รับมอบใบสำคัญการแปรสภาพ + รายงานกรรมการใบสำคัญการทำลาย + ภาพถ่าย/ใบรับรองกำจัด
สถานะทางบัญชีตัดจำหน่ายจากทะเบียนคุมตัดจำหน่ายจากทะเบียนคุมตัดจำหน่ายจากทะเบียนคุมตัดจำหน่ายจากทะเบียนคุม

ข้อควรระวังทางกฎหมาย การจัดการขยะ E-Waste และการตัดจำหน่ายออกจากทะเบียนคุม

การแปรสภาพและทำลายพัสดุเป็นประเด็นที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบเข้มงวด เนื่องจากเสี่ยงต่อการแอบอ้างทำลายพัสดุที่ยังดีอยู่ หรือนำพัสดุไปขายส่วนตัว เจ้าหน้าที่พัสดุจึงต้องปฏิบัติตามข้อควรระวังต่อไปนี้:

1. การทำลายข้อมูลดิจิทัล (Data Wiping / Sanitization) ก่อนทำลายอุปกรณ์ IT

ก่อนจะนำคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ หรือเซิร์ฟเวอร์ไปแปรสภาพหรือทำลาย ต้องทำลายข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Data Sanitization) ตามมาตรฐานสากล (เช่น NIST 800-88) ด้วยซอฟต์แวร์ Degaussing หรือการเจาะทำลายจานแม่เหล็ก เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลลับทางราชการรั่วไหล

2. การปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะ E-Waste

การทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือสารเคมี ห้ามใช้วิธีเผาหรือฝังกลบเองโดยผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม หน่วยงานต้องว่าจ้างหรือส่งมอบให้แก่ผู้ประกอบการกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประเภท 105 หรือ 106 ตาม พ.ร.บ. โรงงาน และต้องมี “ใบรับรองการทำลาย/กำจัดขยะ (Certificate of Destruction)” มาแนบเป็นหลักฐาน

3. การอัปเดตสถานะป้ายและ QR Code ครุภัณฑ์

เมื่อคณะกรรมการลงนามในใบสำคัญการแปรสภาพหรือใบสำคัญการทำลายแล้ว เจ้าหน้าที่พัสดุต้องดำเนินการ:

4. กำหนดเวลาบันทึกตัดจำหน่ายในทะเบียนคุม

ตามระเบียบพัสดุ 2560 กำหนดให้เจ้าหน้าที่พัสดุต้องลงรายการตัดจำหน่ายพัสดุออกจาก ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ หรือ ระบบบริหารพัสดุดิจิทัล ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับใบสำคัญการแปรสภาพหรือใบสำคัญการทำลายเรียบร้อยแล้ว


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแปรสภาพและการทำลายพัสดุ

1. หากขายทอดตลาดแล้วไม่มีผู้ประมูลซื้อ สามารถเปลี่ยนมาใช้วิธีทำลายได้ทันทีหรือไม่?
สามารถทำได้ หากผ่านขั้นตอนการประกาศขายทอดตลาดแล้วไม่มีผู้เสนอราคา หรือราคาที่เสนอไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย เจ้าหน้าที่พัสดุสามารถทำรายงานสรุปเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขออนุมัติเปลี่ยนวิธีเป็นแปรสภาพหรือทำลายตามระเบียบข้อ 215 (4) ได้ทันที

2. การทำลายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีเก่า ต้องมีใบรับรองการทำลายข้อมูลหรือไม่?
ควรมีอย่างยิ่ง คณะกรรมการทำลายพัสดุต้องตรวจสอบว่าได้ทำการล้างข้อมูล (Data Wiping) หรือทำลายจานเก็บบันทึกข้อมูล (Hard Drive Destruction) เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูลภาครัฐตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์

3. เศษโลหะหรือชิ้นส่วนที่ได้จากการแปรสภาพครุภัณฑ์ นำไปขายแล้วเงินที่ได้ต้องจัดการอย่างไร?
เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายเศษวัสดุหรือเศษโลหะจากการแปรสภาพ ถือเป็นรายได้แผ่นดิน เจ้าหน้าที่พัสดุและฝ่ายการเงินต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบกระทรวงการคลัง เว้นแต่หน่วยงานจะมีกฎหมายเฉพาะให้เก็บรักษาไว้เป็นเงินนอกงบประมาณได้

4. พัสดุประเภทใดบ้างที่ห้ามใช้วิธีการเผาทำลายโดยเด็ดขาด?
พัสดุประเภทขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste), อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม, หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์, หลอดรังสี, และเคมีภัณฑ์อันตราย เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและสารพิษไดออกซิน (Dioxins) ต้องส่งให้บริษัทกำจัดขยะอันตรายที่ได้รับอนุญาตดำเนินการเท่านั้น

5. ใบสำคัญการทำลายพัสดุ ต้องจัดเก็บไว้เป็นระยะเวลานานเท่าใด?
ใบสำคัญการทำลายพัสดุพร้อมภาพถ่ายประกอบ ถือเป็นเอกสารสำคัญทางบัญชีและพัสดุ ต้องจัดเก็บไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง จาก สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือผู้ตรวจสอบภายใน


บริหารจัดการทะเบียนครุภัณฑ์และการจำหน่ายพัสดุอย่างไร้รอยต่อด้วย Flowrix
ยกระดับการบริหารจัดการพัสดุและครุภัณฑ์ภาครัฐให้เป็นเรื่องง่ายด้วย Flowrix ระบบบริหารงานพัสดุและครุภัณฑ์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ช่วยให้คุณติดตามสถานะพัสดุตั้งแต่การรับเข้า การจัดทำ ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ การคำนวณ ค่าเสื่อมราคาครุภัณฑ์ อัตโนมัติ การพิมพ์และสแกน QR Code ครุภัณฑ์ การออก ใบเบิกพัสดุ ตลอดจนการสรุปรายงานขออนุมัติ การโอนย้ายครุภัณฑ์ การจำหน่ายด้วยวิธีขายทอดตลาด การโอน การแลกเปลี่ยน การแปรสภาพ และการทำลายพัสดุ ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรองรับการตรวจสอบจาก สตง. 100%
ทดลองใช้งานระบบบริหารพัสดุ Flowrix เพื่อยกระดับหน่วยงานของคุณวันนี้ →


แหล่งอ้างอิง

กลับไปหน้าบทความทั้งหมด