คู่มือการบอกเลิกสัญญาและการลงโทษผู้ทิ้งงานภาครัฐ: หลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. พัสดุ 2560 ขั้นตอนปฏิบัติ และการริบหลักประกัน
ในการดำเนินงาน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แม้ว่าเป้าหมายสูงสุดของหน่วยงานรัฐและคู่สัญญาคือการส่งมอบพัสดุ สินค้า งานบริการ หรือการก่อสร้างให้สำเร็จลุล่วงตามข้อตกลงในการ บริหารสัญญาและการแก้ไขสัญญา แต่ในทางปฏิบัติ มักเกิดเหตุการณ์ที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ เช่น ส่งมอบงานล่าช้าจนค่าปรับสะสมเกิน 10% ทิ้งงานกลางคัน หรือสินค้าที่นำมาส่งมอบไม่มีคุณภาพและไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ตามสเปก
ตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (มาตรา 103 ถึง มาตรา 109) และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (ข้อ 183 ถึง ข้อ 198) ได้วางหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และกลไกทางกฎหมายไว้ชัดเจนเกี่ยวกับการ บอกเลิกสัญญา (Contract Termination) การ ริบหลักประกันสัญญา (Forfeiture of Performance Security) การ เรียกร้องค่าเสียหาย ตลอดจนกระบวนการ ประกาศให้เป็นผู้ทิ้งงาน (Blacklisting)
เนื่องจากการบอกเลิกสัญญาและการเสนอชื่อผู้ทิ้งงานเป็นมาตรการบังคับขั้นเด็ดขาดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคู่สัญญา หากเจ้าหน้าที่พัสดุหรือหน่วยงานรัฐดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอนหรือข้ามขั้นตอนตามกฎหมาย อาจเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องต่อศาลปกครองหรือถูกเพิกถอนคำสั่งได้ บทความนี้จึงได้รวบรวมหลักเกณฑ์ ขั้นตอนปฏิบัติ 5 สเต็ป ตารางเปรียบเทียบ ตลอดจนข้อควรระวังสำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัสดุสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามระเบียบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
สารบัญ
- เหตุผลและกรณีที่หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา
- ขั้นตอนปฏิบัติในการบอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง 5 สเต็ป
- การริบหลักประกันสัญญาและการเรียกร้องค่าเสียหายแก่รัฐ
- หลักเกณฑ์และกระบวนการประกาศให้เป็นผู้ทิ้งงาน (มาตรา 109)
- ตารางเปรียบเทียบ: การบอกเลิกสัญญาโดยรัฐ vs การบอกเลิกโดยคู่สัญญา vs การลงโทษผู้ทิ้งงาน
- ข้อควรระวังและแนวทางป้องกันความผิดพลาดทางกฎหมายในการบอกเลิกสัญญา
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาและผู้ทิ้งงาน
เหตุผลและกรณีที่หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา
ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง 2560 มาตรา 103 และระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 183 ได้กำหนดสิทธิ์และกรณีที่หน่วยงานของรัฐสามารถตกลง บอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ได้ใน 4 กรณีหลัก ดังนี้:
┌─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ 4 เหตุผลสำคัญในการบอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง │
├─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. มีเหตุตามที่กฎหมายหรือสัญญาได้ระบุสิทธิ์บอกเลิกไว้โดยชัดแจ้ง │
│ 2. ค่าปรับสะสมเกินร้อยละ 10 ของวงเงินสัญญา (เว้นแต่ได้รับการผ่อนผัน) │
│ 3. คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามสัญญา และได้รับการแจ้งเตือนแล้วแต่ยังไม่แก้ไข │
│ 4. เกิดเหตุสุดวิสัย หรือประโยชน์สาธารณะที่ต้องยกเลิกโครงการ │
└─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
รายละเอียดเหตุผลการบอกเลิกสัญญาแต่ละกรณี:
-
กรณีมีสิทธิ์ตามที่กำหนดในสัญญา (มาตรา 103 (1)):
เช่น ข้อกำหนดในสัญญาที่ระบุว่า หากผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่เริ่มปฏิบัติตามสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือนำพัสดุที่ไม่ผ่านการตรวจรับมาส่งมอบเกินจำนวนครั้งที่ระบุ หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ทันที -
กรณีค่าปรับเกินร้อยละ 10 ของวงเงินสัญญา (มาตรา 103 (2)):
เมื่อคู่ส่งมอบงานล่าช้าจนมีค่าปรับสะสมเกิดขึ้น และจำนวนค่าปรับนั้น เกินกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินตามสัญญา เจ้าหน้าที่พัสดุต้องเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาบอกเลิกสัญญา
เว้นแต่: คู่สัญญายินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไข และหน่วยงานรัฐพิจารณาแล้วเห็นว่าการให้ทำงานต่อยังคงเกิดประโยชน์แก่ทางราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐอาจผ่อนผันให้ทำงานต่อไปได้ -
กรณีคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามสัญญา (Breach of Contract):
หากคู่สัญญาหยุดงาน ทิ้งงาน หรือปฏิบัติงานผิดไปจากเงื่อนไขในสัญญาอย่างเป็นสาระสำคัญ หน่วยงานรัฐต้องทำหนังสือแจ้งเตือนให้แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 15-30 วัน) หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่แก้ไข หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา -
กรณีเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเหตุจำเป็นของรัฐ:
กรณีที่นโยบายของรัฐเปลี่ยนแปลง หรือเกิดเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถดำเนินโครงการต่อได้ หากหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาเพื่อประโยชน์สาธารณะ ก็สามารถทำได้ โดยต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามจริงให้แก่คู่สัญญาตามความเหมาะสม
ขั้นตอนปฏิบัติในการบอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง 5 สเต็ป
กระบวนการบอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางปกครองและระเบียบกระทรวงการคลังฯ อย่างเคร่งครัด ดังนี้:
[สเต็ป 1] คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ รายงานเหตุผลและความเสียหายเสนอหัวหน้าหน่วยงานรัฐ
│
[สเต็ป 2] ออกหนังสือแจ้งเตือนคู่สัญญา (Notice Letter) ให้ดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดเวลา
│
[สเต็ป 3] เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานขออนุมัติบอกเลิกสัญญา คำนวณค่าปรับและค่าเสียหาย
│
[สเต็ป 4] หัวหน้าหน่วยงานของรัฐลงนามอนุมัติบอกเลิกสัญญา และออกหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญา
│
[สเต็ป 5] ส่งหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาทางไปรษณีย์ตอบรับ และดำเนินการริบหลักประกันสัญญา
รายละเอียดการปฏิบัติงานในแต่ละสเต็ป:
-
สเต็ป 1: การรายงานจากคณะกรรมการตรวจรับ
เมื่อเกิดเหตุผิดนัดหรือทิ้งงาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงาน ต้องทำการบันทึกตรวจสอบสภาพงานจริง คำนวณจำนวนวันที่ล่าช้า และรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐผ่านเจ้าหน้าที่พัสดุ -
สเต็ป 2: การออกหนังสือแจ้งเตือน (Notice of Default)
ทำหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการไปยังคู่สัญญา ระบุข้อบกพร่อง สิทธิในสัญญา และกำหนดระยะเวลาให้แก้ไข (เช่น ภายใน 7 วัน หรือ 15 วัน) พร้อมแจ้งเตือนว่าหากไม่ดำเนินการ หน่วยงานรัฐจะใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาและริบหลักประกัน -
สเต็ป 3: การจัดทำรายงานเสนอขออนุมัติบอกเลิกสัญญา
เมื่อครบกำหนดตามหนังสือแจ้งเตือนแล้วคู่สัญญายังไม่แก้ไข เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานรัฐ โดยระบุรายละเอียดสัญญา เหตุผลทางกฎหมาย สรุปการริบ หลักประกันสัญญา และการเรียกค่าเสียหาย -
สเต็ป 4: การลงนามคำสั่งบอกเลิกสัญญา
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (หรือผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้าง) พิจารณาลงนามในหนังสือบอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง -
สเต็ป 5: การส่งหนังสือและบังคับตามสิทธิ
จัดส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังคู่สัญญาทาง “ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (Registered Mail with Advice of Receipt)” หรือส่งมอบให้ผู้มีอำนาจลงนามโดยตรง เพื่อให้มีหลักฐานการรับหนังสือทางกฎหมายที่ชัดเจน และแจ้งธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันเพื่อขอริบหลักประกัน
การริบหลักประกันสัญญาและการเรียกร้องค่าเสียหายแก่รัฐ
เมื่อหน่วยงานรัฐบอกเลิกสัญญาเนื่องจากความผิดของคู่สัญญา กฎหมายและเงื่อนไขสัญญากำหนดให้หน่วยงานรัฐดำเนินการเกี่ยวกับเงินและหลักประกันดังนี้:
1. การริบหลักประกันสัญญา (Forfeiture of Performance Security)
- หลักประกันเงินสด: หน่วยงานรัฐสามารถยึดและนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินได้ทันที
- หนังสือค้ำประกันธนาคาร (Bank Guarantee): ทำหนังสือแจ้งไปยังธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกัน เพื่อเรียกร้องให้ชำระเงินตามวงเงินค้ำประกันภายในระยะเวลาที่ระบุ (โดยทั่วไปคือ 15 วัน)
- หนังสือค้ำประกันของบริษัทประกันภัย: ดำเนินการเรียกร้องตามขั้นตอนของกรมธรรม์ประกันภัย
2. การเรียกร้องค่าปรับและค่าเสียหายเพิ่มเติม
หากหลักประกันสัญญาที่ริบมาได้ ไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น หน่วยงานรัฐมีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมจากคู่สัญญา ได้แก่:
- ค่าปรับที่เกิดขึ้นก่อนการบอกเลิกสัญญา: คำนวณค่าปรับนับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดสัญญา จนถึงวันที่มีผลบอกเลิกสัญญา
- ค่าส่วนต่างจากการจัดซื้อจัดจ้างใหม่: หากหน่วยงานรัฐต้องจัดหาพัสดุหรือจัดจ้างผู้ขายรายใหม่ แล้วราคาสูงกว่าวงเงินสัญญาเดิม คู่สัญญาเดิมจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าส่วนต่างนั้น
- ค่าเสียหายอื่นๆ: เช่น ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน ค่าเสียหายจากการเสียโอกาสในการใช้อาคารหรือพัสดุ
หลักเกณฑ์และกระบวนการประกาศให้เป็นผู้ทิ้งงาน (มาตรา 109)
นอกเหนือจากการบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันแล้ว มาตรการสำคัญที่สุดตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2560 คือ การลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน (Blacklisting) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีความรับผิดชอบยื่นเสนอราคาในหน่วยงานรัฐอื่นได้อีก
┌─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ กรณีที่ถือว่าเป็น "ผู้ทิ้งงาน" ตามมาตรา 109 │
├─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกแล้ว ไม่ยอมมาทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในกำหนด │
│ 2. ทำสัญญาแล้ว ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลง จนถูกบอกเลิกสัญญา │
│ 3. เป็นผู้ชนะการเสนอราคาแต่กระทำการทุจริต หรือเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ │
│ 4. เป็นผู้ให้บริการ/ผู้รับจ้างที่มีผลงานบกพร่องร้ายแรงจนเกิดความเสียหาย │
└─────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
ขั้นตอนกระบวนการเสนอนามเป็นผู้ทิ้งงาน:
-
การรวบรวมข้อเท็จจริงโดยหน่วยงานรัฐ:
เมื่อมีการบอกเลิกสัญญา เจ้าหน้าที่พัสดุต้องรวบรวมพยานหลักฐาน สัญญา บันทึกแจ้งเตือน หนังสือบอกเลิกสัญญา และรายงานความเสียหาย จัดทำเป็นเอกสารข้อเท็จจริง -
การเสนอเรื่องไปยังปลัดกระทรวงการคลัง:
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทำหนังสือเสนอเรื่องการทิ้งงาน พร้อมพยานหลักฐานทั้งหมด ส่งไปยัง “คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ” (กรมบัญชีกลาง) ภายในระยะเวลาที่กำหนด (โดยทั่วไปภายใน 30-60 วันนับแต่วันบอกเลิกสัญญา) -
การพิจารณาและเปิดโอกาสให้ชี้แจง:
คณะกรรมการวินิจฉัยฯ จะส่งหนังสือแจ้งผู้ประกอบการรายนั้น เพื่อให้โอกาสยื่นหนังสือชี้แจงแสดงเหตุผลโต้แย้งภายใน 15-30 วัน -
การประกาศรายชื่อผู้ทิ้งงาน:
หากปลัดกระทรวงการคลัง (โดยคำแนะนำของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ) เห็นว่ามีพฤติการณ์ทิ้งงานจริง จะออกคำสั่ง “ประกาศให้เป็นผู้ทิ้งงาน” และเวียนแจ้งรายชื่อไปยังหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ พร้อมบันทึกในระบบ e-GP
ผลกระทบ: ผู้ทิ้งงานและหุ้นส่วนผู้จัดการ/กรรมการผู้มีอำนาจ จะ ไม่มีสิทธิ์เข้ายื่นเสนอราคาหรือทำสัญญากับหน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง จนกว่าจะมีคำสั่งเพิกถอนการเป็นผู้ทิ้งงาน
ตารางเปรียบเทียบ: การบอกเลิกสัญญาโดยรัฐ vs การบอกเลิกโดยคู่สัญญา vs การลงโทษผู้ทิ้งงาน
ตารางด้านล่างสรุปเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างข้อกฎหมายและกระบวนการในแต่ละกรณี เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัสดุมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจน:
| ประเด็นเปรียบเทียบ | การบอกเลิกสัญญาโดยหน่วยงานรัฐ | การบอกเลิกสัญญาโดยคู่สัญญา | การประกาศลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน |
|---|---|---|---|
| ฐานข้อกฎหมาย | พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง 2560 มาตรา 103 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ / สัญญา | พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง 2560 มาตรา 109 |
| สาเหตุหลัก | คู่สัญญาผิดนัด ค่าปรับเกิน 10% หรือทิ้งงาน | หน่วยงานรัฐผิดนัดชำระเงิน หรือไม่มอบพื้นที่ | ไม่มาทำสัญญา ทิ้งงาน หรือเสนอเอกสารเท็จ |
| ผู้มีอำนาจอนุมัติ | หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ | ผู้มีอำนาจลงนามของฝั่งเอกชน | ปลัดกระทรวงการคลัง |
| ผลต่อหลักประกัน | ริบหลักประกันสัญญา เต็มจำนวน | ไม่ถูกริบหลักประกัน (ได้คืนหลักประกัน) | ริบหลักประกัน + ห้ามทำสัญญารัฐ |
| การเรียกร้องค่าเสียหาย | รัฐเรียกค่าปรับ ค่าส่วนต่าง และค่าเสียหาย | เอกชนเรียกร้องค่าใช้จ่ายตามจริง | รัฐเรียกร้องค่าเสียหายแพ่งสืบเนื่อง |
| ผลกระทบทางธุรกิจ | ถูกเลิกสัญญาเฉพาะโครงการนั้น | สิ้นสุดภาระผูกพันตามสัญญา | ถูกตัดสิทธิ์ยื่นประมูลงานรัฐทั่วประเทศ |
ข้อควรระวังและแนวทางป้องกันความผิดพลาดทางกฎหมายในการบอกเลิกสัญญา
การบอกเลิกสัญญาเป็นคำสั่งทางปกครองที่อาจถูกฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ เจ้าหน้าที่พัสดุและผู้บริหารควรระมัดระวังประเด็นสำคัญต่อไปนี้:
1. การส่งหนังสือแจ้งเตือนไม่ถูกต้องตามขั้นตอน
หากหน่วยงานรัฐบอกเลิกสัญญาโดยไม่เคยออกหนังสือแจ้งเตือน (Notice of Default) ให้คู่สัญญาแก้ไขงานก่อน ศาลปกครองอาจมองว่าหน่วยงานรัฐกระทำไม่ถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ และมีคำสั่งเพิกถอนการบอกเลิกสัญญาได้
2. การลืมขยายอายุหลักประกันสัญญาก่อนบอกเลิก
หากระหว่างเจรจาหรือรอขั้นตอนบอกเลิกสัญญาปล่อยให้ หลักประกันสัญญา หมดอายุลง หน่วยงานรัฐจะไม่สามารถริบเงินประกันจากธนาคารได้ ทำให้ราชการได้รับความเสียหาย
3. การปล่อยให้ค่าปรับเกิน 10% โดยไม่มีการพิจารณาทางเลือก
หากค่าปรับเกิน 10% แล้ว เจ้าหน้าที่พัสดุต้องรีบทำรายงานเสนอหัวหน้าหน่วยงานรัฐทันทีว่าจะ “บอกเลิกสัญญา” หรือ “อนุมัติผ่อนผันให้ทำงานต่อ” ห้ามปล่อยละเลยไว้โดยไม่มีบันทึกอนุมัติอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
4. การล่าช้าในการเสนอชื่อผู้ทิ้งงาน
ระเบียบฯ กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องเสนอเรื่องผู้ทิ้งงานโดยเร็ว หากหน่วยงานรัฐบอกเลิกสัญญาแล้วแต่ละเลยไม่ส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณาผู้ทิ้งงาน เจ้าหน้าที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาและผู้ทิ้งงาน
1. หากค่าปรับสะสมเกิน 10% แล้ว หน่วยงานรัฐจำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาทุกกรณีหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาทุกกรณี หากคู่สัญญายินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไข และหน่วยงานรัฐพิจารณาแล้วเห็นว่า งานใกล้เสร็จแล้วหรือการให้คู่สัญญาเดิมทำงานต่อจะเกิดประโยชน์แก่ทางราชการมากกว่าการจัดหาใหม่ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจอนุมัติผ่อนผันให้ทำงานต่อไปได้
2. การแจ้งบอกเลิกสัญญา ส่งทางอีเมลหรือแอปพลิเคชันไลน์ถือว่ามีผลทางกฎหมายหรือไม่?
แม้ว่าการส่งทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์จะใช้เป็นข้อเท็จจริงประกอบได้ แต่ในการบอกเลิกสัญญาทางปกครอง ต้องจัดส่งหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือส่งมอบโดยมีใบรับหนังสือ เพื่อให้มีหลักฐานการรับหนังสือที่ชัดเจนในการนับระยะเวลาทางกฎหมาย
3. หากบริษัทถูกประกาศให้เป็นผู้ทิ้งงาน กรรมการผู้มีอำนาจไปเปิดบริษัทใหม่ จะสามารถยื่นประมูลงานรัฐได้หรือไม่?
ไม่ได้ ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 มาตรา 109 กำหนดให้คำสั่งผู้ทิ้งงานครอบคลุมถึงนิติบุคคล หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ และผู้มีอำนาจในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นด้วย ดังนั้น แม้จะไปเปิดบริษัทใหม่แต่นิติบุคคลใหม่ที่มีกรรมการคนเดียวกันก็จะไม่สามารถยื่นเสนอราคากับภาครัฐได้
ยกระดับการบริหารสัญญาและการบริหารพัสดุภาครัฐด้วย Flowrix
บริหารจัดการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง บริหารสัญญา การคุมทะเบียน และตรวจสอบพัสดุได้อย่างเป็นระบบถูกต้องตามระเบียบด้วย Flowrix ระบบบริหารงานพัสดุและครุภัณฑ์ดิจิทัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ แผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี การบริหาร หลักประกันสัญญา การติดตาม การบริหารสัญญาและการแก้ไขสัญญา จนถึงการคุม ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ และพิมพ์ QR Code ครุภัณฑ์
ทดลองใช้งานระบบบริหารพัสดุ Flowrix เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานของคุณวันนี้ →
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (มาตรา 103 - 109) — กรมบัญชีกลาง
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (ข้อ 183 - 198) — กรมบัญชีกลาง
- คู่มือและแนวทางการดำเนินการกรณีผู้ทิ้งงาน — สำนักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สผร.)
- แนวทางการพิจารณาและแจ้งผู้ทิ้งงานตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2560 — กรมบัญชีกลาง
