Flowrix

Asset operations, in one place

เริ่มใช้ฟรี
ภาพขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงของหน่วยงานภาครัฐ เอกสารรายงานขอซื้อขอจ้างและการอนุมัติ

คู่มือการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง: หลักเกณฑ์ เงื่อนไข วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบ 2560

ในการดำเนินงาน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ของหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศ หนึ่งในวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกนำมาใช้บ่อยที่สุดสำหรับการจัดหาพัสดุ สินค้า งานบริการ หรือ ครุภัณฑ์ ที่มีมูลค่าไม่สูง หรือมีเหตุผลความจำเป็นพิเศษ คือ “การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง” (Specific Method / Direct Contracting)

ตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 56 (2) และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 78 ได้กำหนดให้วิธีเฉพาะเจาะจงเป็นวิธีการที่หน่วยงานรัฐตกลงซื้อหรือจ้างกับผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดรายใดรายหนึ่งโดยตรง โดยไม่ต้องทำการประกวดราคาเชิญชวนเป็นการทั่วไปเหมือนวิธี e-Bidding

แม้ว่าวิธีเฉพาะเจาะจงจะมีความคล่องตัว สะดวก และรวดเร็วสูง แต่เจ้าหน้าที่พัสดุและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวงเงินที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการกระทำความผิดเรื่อง “การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง” ซึ่งมักเป็นประเด็นหลักที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ป.ป.ช. ทักท้วงและตรวจสอบย้อนหลัง

บทความนี้สรุปหลักเกณฑ์ วงเงิน ข้อยกเว้นสำคัญ ขั้นตอนการดำเนินงาน 6 สเต็ป ตลอดจนข้อควรระวังทางกฎหมายที่เจ้าหน้าที่พัสดุภาครัฐทุกคนต้องรู้


สารบัญ


ความหมายและหลักการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง

การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง คือ การจัดหาพัสดุที่หน่วยงานของรัฐทำการเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดรายใดรายหนึ่ง ให้เข้ายื่นข้อเสนอ หรือเข้าไปเจรจาต่อรองราคากับหน่วยงานของรัฐโดยตรง โดยไม่มีการประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการเป็นการทั่วไป

หลักการสำคัญในการเลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจง:

  1. ใช้วงเงินเป็นเกณฑ์หลัก: ใช้สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ งานจ้างเหมาบริการ หรือสิ่งก่อสร้างที่มีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท (ตามกฎกระทรวงกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง)
  2. ใช้เหตุผลความจำเป็นพิเศษ: หากวงเงินเกิน 500,000 บาท จะสามารถใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นเฉพาะตามมาตรา 56 (2) เช่น เป็นสินค้าที่จำเป็นเร่งด่วน สินค้าที่มีผู้ผลิตจำหน่ายเพียงรายเดียว หรือเป็นพัสดุเกี่ยวกับความมั่นคง
  3. ความคุ้มค่าและเปิดเผย: แม้จะเจรจากับผู้ขายรายเดียว แต่ยังคงต้องมีการสืบราคา คุ้มค่าเงินงบประมาณ มี การจัดทำราคากลางพัสดุ อ้างอิง และประกาศผลผู้ชนะในระบบ e-GP ตามที่กฎหมายกำหนด

8 เงื่อนไขการเลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจงตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง 2560

ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง 2560 มาตรา 56 (2) ได้กำหนดเงื่อนไขที่หน่วยงานรัฐสามารถเลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจงไว้ 8 กรณี ดังนี้:

  1. กรณีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท: การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีการผลิต จำหน่าย หรือให้บริการทั่วไป และมีวงเงินในการจัดหาครั้งหนึ่งไม่เกิน 500,000 บาท
  2. กรณีเคยจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือกแล้วแต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ: หรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก และการจัดหาใหม่ไม่สามารถใช้วิธีเดิมได้
  3. กรณีสินค้า/บริการที่มีผู้ประกอบการเพียงรายเดียว: เป็นพัสดุที่มีตัวแทนจำหน่าย หรือผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และไม่มีพัสดุอื่นทดแทนได้
  4. กรณีจำเป็นเร่งด่วน: เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน และหากใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือก จะทำให้เกิดความล่าช้าและเกิดความเสียหายต่อทางราชการอย่างร้ายแรง (เช่น ภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ)
  5. กรณีเกี่ยวกับความมั่นคงทางราชการ: เป็นพัสดุที่ใช้ในราชการทหาร กองทัพ หรือความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหากเปิดเผยข้อมูลจะเกิดผลกระทบต่อความมั่นคง
  6. กรณีซื้อเพิ่มเติมจากผู้ขายรายเดิม (Repeat Order): เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มจากผู้ขายรายเดิม เพื่อความสมบูรณ์ต่อเนื่องทางเทคโนโลยี โดยมีวงเงินไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง
  7. กรณีเป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้าง: ที่ต้องจัดซื้อเฉพาะเจาะจงตำแหน่งหรือสถานที่ เช่น ที่ดินติดทางสาธารณะเฉพาะแปลง
  8. กรณีพัสดุที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง: เช่น การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการ SME (THAI SME) หรือสินค้า Made in Thailand (MiT) ตามเงื่อนไขเฉพาะ

ขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง 6 สเต็ป

สำหรับกรณีการจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท เจ้าหน้าที่พัสดุสามารถดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐาน 6 สเต็ป ดังนี้:

[สเต็ป 1] จัดทำรายงานขอซื้อขอจ้าง & ราคากลาง

[สเต็ป 2] แต่งตั้งผู้ตรวจรับ / คณะกรรมการตรวจรับ

[สเต็ป 3] เชิญผู้ประกอบการยื่นใบเสนอราคา

[สเต็ป 4] พิจารณาข้อเสนอและต่อรองราคา

[สเต็ป 5] ขออนุมัติซื้อ/จ้าง & ทำสัญญา/ใบสั่งซื้อสั่งจ้าง (PO)

[สเต็ป 6] ส่งมอบพัสดุ & ตรวจรับพัสดุในระบบ e-GP

รายละเอียดแต่ละขั้นตอน:

  1. สเต็ป 1: จัดทำรายงานขอซื้อขอจ้างและสืบราคากลาง
    เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำ รายงานขอซื้อขอจ้าง โดยระบุเหตุผลความจำเป็น การจัดทำ TOR และ Specification พร้อมเอกสารสืบราคากลางจากผู้ประกอบการอย่างน้อย 3 ราย (ถ้ามี) หรืออ้างอิงราคามาตรฐานทางราชการ

  2. สเต็ป 2: แต่งตั้งผู้ตรวจรับพัสดุ
    เสนอแต่งตั้งผู้ตรวจรับพัสดุ 1 คน (กรณีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท) หรือแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ อย่างน้อย 3 คน (กรณีวงเงินเกิน 100,000 บาท ถึง 500,000 บาท)

  3. สเต็ป 3: ออกหนังสือเชิญชวน / ติดต่อผู้ประกอบการ
    ส่งหนังสือเชิญชวน หรือติดต่อผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามสเปก เพื่อให้จัดส่งใบเสนอราคา เอกสารคุณสมบัติ และแคตตาล็อกสินค้า

  4. สเต็ป 4: พิจารณาผลและเจรจาต่อรองราคา
    เจ้าหน้าที่พัสดุพิจารณาคุณสมบัติ รายละเอียดสเปก และราคา หากราคาที่เสนอสูงกว่าราคากลาง ให้เจรจาต่อรองราคาให้อยูในกรอบวงเงินงบประมาณ

  5. สเต็ป 5: ขออนุมัติสั่งซื้อ/สั่งจ้าง และจัดทำสัญญา
    ทำรายงานผลการพิจารณาเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขออนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง เมื่ออนุมัติแล้วจึงจัดทำใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง (PO) หรือสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมทั้งลงบันทึกในระบบ e-GP

  6. สเต็ป 6: การส่งมอบและตรวจรับพัสดุ
    เมื่อผู้ขายส่งมอบพัสดุ ผู้ตรวจรับดำเนินการตรวจนับ ออกใบตรวจรับ ลงบันทึก ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ หรือ สต็อกวัสดุคงคลัง และเบิกจ่ายเงินตามระเบียบต่อไป


ตารางเปรียบเทียบ: วิธีเฉพาะเจาะจง vs วิธี e-Bidding vs วิธีคัดเลือก

เพื่อความชัดเจนในการเลือกใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเปรียบเทียบข้อแตกต่างของทั้ง 3 วิธีได้ดังนี้:

ประเด็นการเปรียบเทียบวิธีเฉพาะเจาะจง (Specific Method)วิธี e-Bidding (ประกวดราคา)วิธีคัดเลือก (Selection Method)
กรอบวงเงินหลักไม่เกิน 500,000 บาท (หรือกรณีพิเศษ)เกิน 500,000 บาทขึ้นไปเกิน 500,000 บาท (เฉพาะกรณีตามเงื่อนไข)
การเชิญผู้ประกอบการเชิญรายใดรายหนึ่งโดยตรงประกาศเชิญชวนทั่วไปใน e-GPเชิญผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 3 ราย
ระยะเวลาดำเนินการรวดเร็วที่สุด (1-3 วันทำการ)ใช้เวลา 15-30 วันทำการใช้เวลา 7-15 วันทำการ
การประกาศร่าง TORไม่ต้องประกาศร่าง TORต้องประกาศร่าง TOR รับฟังความคิดเห็นไม่ต้องประกาศร่าง TOR
การแต่งตั้งผู้ตรวจรับ1 คน (วงเงิน <= 100k) หรือ คณะกรรมการต้องแต่งตั้งคณะกรรมการ (>= 3 คน)ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการ (>= 3 คน)
ระดับความเสี่ยง สตง. ตรวจสอบเสี่ยงสูงเรื่องแบ่งซื้อแบ่งจ้างเสี่ยงเรื่องสเปกล็อค / สมยอมราคาเสี่ยงเรื่องการคัดเลือกผู้ขายไม่เป็นธรรม

ข้อควรระวังสำคัญ: การป้องกัน "การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง" และการตรวจสอบของ สตง.

ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่สุดที่เจ้าหน้าที่พัสดุและผู้บริหารหน่วยงานรัฐมักถูก สตง. ชี้มูลความผิดวินัยและอาญา คือ “การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้าง” (Splitting Purchases/Contracts)

การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง คืออะไร?

ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 20 กำหนดไว้ว่า “การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ห้ามมิให้ผู้มีอำนาจอนุมัติทำการแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยเจตนาที่จะให้อยู่อำนาจของตนเอง หรือเพื่อให้อยู่ในกรอบวงเงินวิธีเฉพาะเจาะจง”

ตัวอย่างพฤติการณ์ที่ถือเป็น “การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง”:

  1. แบ่งวงเงินโครงการเดียวกัน: โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ 1,000,000 บาท ซึ่งต้องใช้วิธี e-Bidding แต่หน่วยงานกลับซอยย่อยออกเป็น 3 สัญญา สัญญาละ 330,000 บาท เพื่อให้อยู่ในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และใช้วิธีเฉพาะเจาะจง
  2. จัดซื้อพัสดุประเภทเดียวกันในระยะเวลาใกล้เคียงกัน: จัดซื้อวัสดุสำนักงานชนิดเดียวกันจากร้านค้าเดิม สัปดาห์ละ 100,000 บาท ติดต่อกันหลายสัปดาห์ โดยไม่มีเหตุผลความจำเป็นทางราชการ
  3. การเบิกจ่ายจากงบประมาณหมวดเดียวกัน: ซื้อครุภัณฑ์จัดสรรลงห้องประชุมห้องเดียวกันโดยแยกใบเบิกและแยกสัญญาจัดซื้อในวันเดียวกัน

ผลกระทบและบทลงโทษ:

หากถูกตรวจสอบพบว่ามีการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ผู้ดำเนินการ คณะกรรมการจัดทำรายงาน และผู้มีอำนาจอนุมัติ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง 2560 มาตรา 120 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง

1. การจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท จำเป็นต้องทำสัญญาเป็นหนังสือหรือไม่?
ตามระเบียบฯ ข้อ 161 การจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท หน่วยงานรัฐจะทำข้อตกลงเป็นหนังสือ เช่น ใบสั่งซื้อ/ใบสั่งจ้าง (PO) แทนการทำสัญญาเต็มรูปแบบก็ได้ เว้นแต่หน่วยงานเห็นว่ามีความเสี่ยงทางกฎหมายหรือเป็นงานที่มีเงื่อนไขค้ำประกันยาวนาน

2. หากต้องการจัดซื้อพัสดุเร่งด่วนจากเหตุภัยธรรมชาติ วงเงินเกิน 500,000 บาท สามารถใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้หรือไม่?
สามารถทำได้ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง 2560 มาตรา 56 (2) (ข) กรณีจำเป็นเร่งด่วน โดยต้องมีรายงานเหตุผลความจำเป็นอย่างชัดเจนเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุมัติก่อน หรือหากเป็นเหตุฉุกเฉินจนทำรายงานไม่ทัน ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปก่อนแล้วรีบทำรายงานขอความเห็นชอบโดยเร็ว

3. การสืบราคากลางสำหรับวิธีเฉพาะเจาะจง ต้องใช้ใบเสนอราคากี่ราย?
โดยทั่วไปควรมีเอกสารสืบราคาหรือใบเสนอราคาอย่างน้อย 3 รายเพื่อใช้ประกอบ การจัดทำราคากลางพัสดุ เว้นแต่เป็นสินค้าที่มีผู้จำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศ หรือเป็นพัสดุที่มีราคามาตรฐานที่กำหนดโดยหน่วยงานกลาง เช่น เกณฑ์ราคากลางคอมพิวเตอร์ของกระทรวงดิจิทัลฯ


ยกระดับการจัดซื้อจัดจ้างและการคุมพัสดุภาครัฐด้วย Flowrix
บริหารจัดการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจงได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และโปร่งใสด้วย Flowrix ระบบบริหารงานพัสดุและครุภัณฑ์ดิจิทัลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ช่วยรวบรวมประวัติการสั่งซื้อ จัดทำ ใบเบิกพัสดุ คำนวณราคากลางย้อนหลัง และออกรายงานตรวจสอบการซ้ำซ้อนของสัญญา ป้องกันปัญหาการแบ่งซื้อแบ่งจ้างได้อย่างแม่นยำ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสู่ ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ และพิมพ์ QR Code ครุภัณฑ์ ได้ทันที
ทดลองใช้งานระบบบริหารพัสดุ Flowrix เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานของคุณวันนี้ →


แหล่งอ้างอิง

กลับไปหน้าบทความทั้งหมด