คู่มือการจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ และแนวทางสอบข้อเท็จจริงกรณีพัสดุสูญหาย ตามระเบียบพัสดุ 2560: ขั้นตอน ความรับผิดทางละเมิด และการตัดบัญชีคุม
หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สร้างความกังวลใจให้กับเจ้าหน้าที่พัสดุและหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐมากที่สุด คือเหตุการณ์ “พัสดุหรือครุภัณฑ์ของทางราชการสูญหาย ถูกโจรกรรม ชำรุดเสียหายจากภัยพิบัติ หรือหาตัวผู้รับผิดชอบไม่ได้”
เมื่อเกิดกรณีดังกล่าว หน่วยงานไม่สามารถปล่อยให้รายการทรัพย์สินค้างอยู่ใน ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ หรือบัญชีสินทรัพย์ถาวรได้ เพราะจะทำให้รายงานทางการเงินคลาดเคลื่อนและเสี่ยงต่อการถูก ตรวจสอบพัสดุจาก สตง. แต่ในขณะเดียวกัน การจะตัดรายการทรัพย์สินออกจากบัญชีก็ไม่สามารถทำได้ตามอำเภอใจ จำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการ “การจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ” ควบคู่กับการดำเนินการตาม พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 218 ถึงข้อ 221 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขั้นตอนการจำหน่ายเป็นสูญไว้อย่างรัดกุม บทความนี้จึงสรุปคู่มือแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่วินาทีที่พบว่าพัสดุสูญหาย การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด อำนาจการอนุมัติจำหน่าย ตลอดจนขั้นตอนการตัดยอดบัญชีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สารบัญ
- ความหมายและเหตุแห่งการจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ (ระเบียบข้อ 218)
- ขั้นตอนปฏิบัติทันทีเมื่อพบว่าพัสดุราชการสูญหายหรือเสียหาย
- กระบวนการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด (พ.ร.บ. ละเมิด 2539)
- ตารางเปรียบเทียบ: กรณีมีผู้ต้องรับผิดทางละเมิด vs กรณีไม่มีผู้รับผิด/เหตุสุดวิสัย
- อำนาจการอนุมัติจำหน่ายเป็นสูญ และขั้นตอนการตัดบัญชีคุมครุภัณฑ์
- 5 ข้อผิดพลาดที่ สตง. มักตรวจพบในกระบวนการจำหน่ายเป็นสูญ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ
ความหมายและเหตุแห่งการจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ (ระเบียบข้อ 218)
นอกเหนือจาก การจำหน่ายครุภัณฑ์ชำรุด ด้วย 4 วิธีหลัก ได้แก่ การขายทอดตลาด, การโอนและแลกเปลี่ยน, และ การแปรสภาพหรือทำลาย ระเบียบพัสดุ 2560 ข้อ 218 ได้กำหนดให้มี “การจำหน่ายเป็นสูญ” สำหรับพัสดุที่ไม่อยู่ในสภาพที่จะจำหน่ายด้วยวิธีปกติได้
┌────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ 3 เหตุแห่งการ "จำหน่ายพัสดุเป็นสูญ" (ระเบียบข้อ 218) │
├────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. พัสดุสูญไปโดยไม่มีตัวผู้รับผิดชอบ (หาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้) │
│ 2. พัสดุสูญไปโดยมีตัวผู้รับผิดชอบ แต่ไม่สามารถชดใช้ได้ตามกฎหมาย │
│ 3. พัสดุสูญหาย/เสียหายเนื่องจากเหตุสุดวิสัย หรือภัยพิบัติธรรมชาติ │
└────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
1. พัสดุสูญไปโดยไม่มีตัวผู้รับผิดชอบ
กรณีพัสดุถูกโจรกรรม หรืองัดแงะในเวลากลางคืน โดยสถานที่จัดเก็บมีระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานแล้ว และผลการสอบสวนข้อเท็จจริงยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดกระทำด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือกรณีของหายแต่หาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้
2. มีตัวผู้รับผิดชอบแต่ไม่สามารถชดใช้ได้
กรณีมีคำวินิจฉัยหรือศาลมีคำพิพากษาให้ผู้กระทำผิดชดใช้เงินแก่ทางราชการ แต่ผู้กระทำผิดเสียชีวิตโดยไม่มีทรัพย์มรดกให้บังคับคดี หรือเป็นบุคคลล้มละลายที่ไม่สามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ครบถ้วนตามกฎหมาย
3. เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือภัยธรรมชาติ
กรณีเกิดอุทกภัย ดินโคลนถล่ม อัคคีภัย หรือวาตภัย ที่ทำให้พัสดุจมน้ำ พังทลาย หรือสูญหายไป โดยมิได้เกิดจากความบกพร่องในการป้องกันรักษาของเจ้าหน้าที่
ขั้นตอนปฏิบัติทันทีเมื่อพบว่าพัสดุราชการสูญหายหรือเสียหาย
เมื่อเกิดเหตุพัสดุหรือครุภัณฑ์สูญหายจากการใช้งาน หรือตรวจพบระหว่าง การตรวจนับพัสดุประจำปี เจ้าหน้าที่และหน่วยงานต้องปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานดังนี้ทันที:
[1. แจ้งความร้องทุกข์] ───> [2. รายงานหัวหน้าหน่วยงาน] ───> [3. แต่งตั้งกรรมการสอบละเมิด]
(ภายใน 24 ชม. กรณีถูกขโมย) (ระบุรายการและพฤติการณ์) (กำหนดเวลาสอบสวน 60 วัน)
│
▼
[6. ลงบัญชีจำหน่ายเป็นสูญ] <── [5. ขออนุมัติจำหน่ายเป็นสูญ] <── [4. สรุปสำนวนส่ง กค.]
(ตัดทะเบียนคุม & New GFMIS) (ตามเกณฑ์วงเงินอำนาจ) (กระทรวงการคลังตรวจวินิจฉัย)
1. แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ
หากมีเหตุสงสัยว่าพัสดุสูญหายจากการถูกโจรกรรม ลักทรัพย์ หรือการกระทำความผิดอาญา เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือผู้ควบคุมสถานที่ต้องรีบแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุทันที เพื่อลงบันทึกประจำวันและรวบรวมพยานหลักฐานทางคดีอาญา
2. รายงานข้อเท็จจริงต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
เจ้าหน้าที่ผู้ครอบครองพัสดุหรือเจ้าหน้าที่พัสดุต้องจัดทำบันทึกข้อความรายงานข้อเท็จจริงต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐโดยด่วน โดยระบุ:
- รายการพัสดุ เลขครุภัณฑ์ 14 หลัก วันที่ได้มา และราคาที่ได้มา
- มูลค่าคงเหลือหลังหัก ค่าเสื่อมราคาครุภัณฑ์
- วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ และพฤติการณ์ที่พัสดุสูญหาย
- สำเนาใบแจ้งความและภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
กระบวนการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด (พ.ร.บ. ละเมิด 2539)
หัวใจสำคัญก่อนที่หน่วยงานจะสามารถจำหน่ายพัสดุเป็นสูญได้ คือ “การสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด” ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
1. การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้องออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด (จำนวนไม่เกิน 5 คน) เพื่อดำเนินการแสวงหาพยานหลักฐาน ตรวจสอบสถานที่ และเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน (ขยายเวลาได้ตามระเบียบ)
2. การวินิจฉัยระดับความรับผิดของเจ้าหน้าที่
คณะกรรมการฯ จะต้องพิจารณาพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตามหลักกฎหมายละเมิด โดยแบ่งระดับความรับผิดออกเป็น 2 กรณี:
- จงใจ หรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง: เจ้าหน้าที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เวรยาม หรือมาตรฐานความปลอดภัยวิญญูชน (เช่น ไม่ล็อกประตูกลางคืน, ทิ้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไว้ในที่สาธารณะ) $\rightarrow$ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
- ประมาทเลินเล่อธรรมดา หรือ เหตุสุดวิสัย: เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว แต่เกิดเหตุสุดวิสัยหรือภัยพิบัติที่ไม่อาจป้องกันได้ $\rightarrow$ เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว (หน่วยงานรับภาระความเสียหาย)
3. การส่งสำนวนให้กระทรวงการคลังตรวจสอบ
เมื่อคณะกรรมการฯ สรุปรายงานและความเห็นเสนอหัวหน้าหน่วยงานแล้ว หน่วยงานต้องส่งสำนวนการสอบสวนไปยังกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) เพื่อตรวจสอบและให้ความเห็นชอบก่อนออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้เงิน หรือก่อนดำเนินการขออนุมัติจำหน่ายเป็นสูญ
ตารางเปรียบเทียบ: กรณีมีผู้ต้องรับผิดทางละเมิด vs กรณีไม่มีผู้รับผิด/เหตุสุดวิสัย
เพื่อให้เห็นความแตกต่างของผลลัพธ์และขั้นตอนทางกฎหมายอย่างชัดเจน สรุปได้ดังตารางต่อไปนี้:
| ประเด็นการพิจารณา | กรณี 1: มีผู้ต้องรับผิดทางละเมิด | กรณี 2: ไม่มีผู้รับผิดชอบ / ประมาทธรรมดา / เหตุสุดวิสัย |
|---|---|---|
| พฤติการณ์แห่งเหตุ | เจ้าหน้าที่จงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ละเลยเวรยาม | ไม่มีผู้กระทำผิด, เกิดภัยพิบัติธรรมชาติ หรือใช้ความระมัดระวังเต็มที่แล้ว |
| ผลทางกฎหมายต่อตัวบุคคล | หน่วยงานออกคำสั่งทางปกครองเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน | เจ้าหน้าที่ไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นการส่วนตัว |
| การคำนวณมูลค่าความเสียหาย | คำนวณจาก ค่าเสื่อมราคาครุภัณฑ์ ตามมูลค่าจริง ณ วันที่เกิดเหตุ | บันทึกยอดความเสียหายตามมูลค่าคงเหลือทางบัญชี (Book Value) |
| การได้รับชดใช้เงิน | ผู้กระทำผิดนำเงินมาชำระเข้าคลัง หรือผ่อนชำระตามระเบียบ | ไม่ได้รับเงินชดใช้ (บันทึกเป็นผลขาดทุนจากพัสดุสูญหาย) |
| ขั้นตอนการจำหน่ายพัสดุ | จำหน่ายตัดบัญชีเมื่อได้รับชดใช้เงินครบถ้วน หรือศาลสั่งบังคับคดี | ขออนุมัติ “จำหน่ายเป็นสูญ” ตามระเบียบพัสดุ 2560 ข้อ 218 |
| อำนาจอนุมัติจำหน่าย | อนุมัติตามกระบวนการชดใช้เงินทดแทนของทางราชการ | เสนอขออนุมัติจำหน่ายเป็นสูญตามวงเงินอำนาจ (ข้อ 219) |
อำนาจการอนุมัติจำหน่ายเป็นสูญ และขั้นตอนการตัดบัญชีคุมครุภัณฑ์
การอนุมัติจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ มีเกณฑ์อำนาจอนุมัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 219 ดังนี้:
1. เกณฑ์อำนาจอนุมัติการจำหน่ายเป็นสูญ (ข้อ 219)
- พัสดุที่มีราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน 1,000,000 บาท: ให้อยู่ในอำนาจของ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้อนุมัติจำหน่ายเป็นสูญ
- พัสดุที่มีราคาซื้อหรือได้มารวมกันเกิน 1,000,000 บาท: ให้อยู่ในอำนาจของ ผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น (เช่น ปลัดกระทรวง, รัฐมนตรีเจ้าสังกัด, หรือสภาท้องถิ่น แล้วแต่กรณี)
2. การบันทึกตัดยอดในทะเบียนคุมและระบบบัญชี
เมื่อได้รับอนุมัติการจำหน่ายเป็นสูญเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว เจ้าหน้าที่พัสดุต้องดำเนินการตัดยอดทรัพย์สินทันที:
- บันทึกลงใน ทะเบียนคุมครุภัณฑ์: บันทึกวันที่ได้รับอนุมัติ เลขที่หนังสืออนุมัติ สาเหตุการจำหน่ายเป็นสูญ และขีดฆ่าหรือปรับสถานะพัสดุเป็น “จำหน่ายเป็นสูญ”
- ตัดยอดในระบบ New GFMIS Thai: บันทึกรายการลดยอดสินทรัพย์ถาวรและรับรู้ผลขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ในระบบบัญชีภาครัฐ
- ยกเลิก QR Code ครุภัณฑ์: ปรับสถานะใน ระบบบริหารพัสดุดิจิทัล เพื่อไม่ให้แสดงรายการในรอบ ตรวจนับครุภัณฑ์ประจำปี ครั้งถัดไป
5 ข้อผิดพลาดที่ สตง. มักตรวจพบในกระบวนการจำหน่ายเป็นสูญ
จากการรวบรวมรายงานการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบข้อบกพร่องยอดนิยมที่ทำให้หน่วยงานถูกทักท้วง ได้แก่:
- ไม่แจ้งความดำเนินคดีทันที: เมื่อของหายกลับปล่อยเวลาล่วงเลยไปหลายเดือน ทำให้เสียพยานหลักฐานและขาดความน่าเชื่อถือ
- ตัดจำหน่ายเป็นสูญเองโดยไม่ตั้งกรรมการสอบละเมิด: นำพัสดุสูญหายไปรวมตัดจำหน่ายชำรุดในการตรวจนับประจำปี ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ
- อนุมัติจำหน่ายเกินอำนาจหน้าที่: หัวหน้าหน่วยงานอนุมัติจำหน่ายพัสดุมูลค่าจัดซื้อรวมเกิน 1,000,000 บาท โดยไม่ส่งขออนุมัติต่อปลัดกระทรวงหรือผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือกว่า
- คำนวณมูลค่าความเสียหายผิดพลาด: คิดค่าเสียหายเต็มราคาซื้อเดิมโดยไม่หักค่าเสื่อมราคา หรือไม่คิดดอกเบี้ยตามกฎหมายในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้เงิน
- ไม่ตัดยอดทางบัญชีหลังได้รับอนุมัติ: มีหนังสืออนุมัติแล้วแต่เจ้าหน้าที่พัสดุและฝ่ายการเงินไม่ได้ลงบันทึกตัดจำหน่าย ทำให้มียอดทรัพย์สินค้างท่อในงบการเงิน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจำหน่ายพัสดุเป็นสูญและการสอบข้อเท็จจริง
1. พัสดุสูญหายจากน้ำท่วมใหญ่ จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดหรือไม่?
จำเป็นอย่างยิ่ง แม้จะเป็นภัยพิบัติธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจน แต่ต้องมีรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ว่าหน่วยงานได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและขนย้ายพัสดุอย่างเต็มความสามารถแล้ว ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่
2. หากคณะกรรมการสอบละเมิดชี้ว่าเจ้าหน้าที่ประมาทเลินเล่อธรรมดา เจ้าหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดใช้หรือไม่?
ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8 กำหนดว่า เจ้าหน้าที่จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐเฉพาะกรณีที่กระทำด้วยความ “จงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” เท่านั้น หากเป็นเพียงประมาทเลินเล่อธรรมดา เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชดใช้ และหน่วยงานสามารถดำเนินการขออนุมัติจำหน่ายเป็นสูญได้
3. การจำหน่ายพัสดุเป็นสูญกับการตัดจำหน่ายพัสดุชำรุด แตกต่างกันอย่างไร?
การจำหน่ายพัสดุชำรุด ตัวพัสดุยังคงมีอยู่จริงและนำไป ขายทอดตลาด หรือ ทำลาย ได้ แต่ การจำหน่ายเป็นสูญ ใช้สำหรับกรณีที่พัสดุไม่มีตัวตนอยู่แล้ว (สูญหาย ถูกโจรกรรม หรือพังทลายจนไม่เหลือซาก) และต้องผ่านกระบวนการสอบสวนตามกฎหมายละเมิดก่อน
4. ระหว่างรอผลการพิจารณาจากกระทรวงการคลัง สามารถตัดยอดทะเบียนคุมครุภัณฑ์ได้เลยหรือไม่?
ยังตัดยอดไม่ได้ ต้องรอให้มีหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยจากกระทรวงการคลัง และได้รับอนุมัติจำหน่ายเป็นสูญจากผู้มีอำนาจตามระเบียบข้อ 219 เสียก่อน จึงจะนำหลักฐานดังกล่าวมาลงบันทึกตัดยอดในทะเบียนคุมได้
5. จะใช้ระบบดิจิทัลช่วยป้องกันและติดตามกรณีพัสดุสูญหายได้อย่างไร?
การนำ ระบบบริหารพัสดุดิจิทัล ที่มีระบบบันทึกประวัติผู้ครอบครอง การติด QR Code ครุภัณฑ์ และระบบ ยืม-คืนพัสดุออนไลน์ จะช่วยให้ทราบตำแหน่งและผู้รับผิดชอบพัสดุล่าสุดแบบเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงพัสดุสูญหายอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริหารจัดการทรัพย์สินและประวัติพัสดุภาครัฐอย่างแม่นยำด้วย Flowrix
หมดกังวลเรื่องพัสดุสูญหายและข้อผิดพลาดในการตรวจสอบบัญชีด้วย Flowrix ระบบบริหารงานพัสดุและครุภัณฑ์ดิจิทัลครบวงจร ที่ช่วยจัดทำ ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ ออนไลน์ ติดตามสถานะผู้ครอบครองด้วยระบบ QR Code ครุภัณฑ์ บันทึกประวัติ การยืม-คืนพัสดุ คำนวณ ค่าเสื่อมราคาครุภัณฑ์ อัตโนมัติ และรองรับการจัดการสถานะจำหน่ายพัสดุถูกต้องตามระเบียบพัสดุ 2560 ครบถ้วน 100% พร้อมรับการตรวจสอบจาก สตง. อย่างมั่นใจ
ทดลองใช้งานระบบบริหารพัสดุ Flowrix เพื่อยกระดับหน่วยงานของคุณวันนี้ →
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กรมบัญชีกลาง
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (ข้อ 218–221) — กรมบัญชีกลาง
- พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 — สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 — สำนักนายกรัฐมนตรี
- แนวทางการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดและจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ — กรมบัญชีกลาง
